สองอธิบดีกระทรวงคลังเก้าอี้ร้อน “อาคม” สั่งให้พิจารณาตัวเอง

สองอธิบดีกระทรวงคลังเก้าอี้ร้อน

สองอธิบดีกระทรวงคลังเก้าอี้ร้อน “อาคม” สั่งให้พิจารณาตัวเอง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข้าราชการระดับสูงกระทรวงการคลัง เป็นตัวแทนกระทรวงการคลัง ไปเป็นกรรมการ (บอร์ด) บริษัท บางจาก ปิโตรเลียม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ทำการซื้อขายหุ้นบางจาก ในช่วงเวลาที่มีการเจรจาซื้อขายหุ้นระหว่างบางจากกับบริษัท เอสโซ่ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ถือเป็นการรู้ข้อมูลภายใน (อินไซด์) หรือไม่นั้น ต้องไปสอบถามผู้ที่ทำการซื้อขายหุ้น และทั้ง 2 อธิบดีต้องพิจารณาด้วยตัวเอง ส่วนเรื่องจริยธรรม ความโปร่งใส ก็มีกฎระเบียบและกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมบัญชีกลาง และนายจำเริญ โพธิยอด อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นตัวแทนกระทรวงการคลัง ไปเป็นกรรมการบางจาก และได้รับสิทธิในการซื้อหุ้นบางจาก ซึ่งเป็นผลตอบแทนประจำปี คนละ 300,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 28.14 บาท โดย น.ส.กุลยาได้ใช้สิทธิซื้อหุ้นบางจาก 300,000 หุ้น และขายหุ้นเมื่อวันที่ 13 ม.ค.66 ที่ผ่านมา ถือเป็นการขายหุ้นทันทีเมื่อหุ้นเข้าพอร์ต ส่วนนายจำเริญ ก็ได้รับสิทธิการซื้อหุ้นเท่ากัน แต่นายจำเริญได้เข้าซื้อหุ้นมากกว่าสิทธิที่ได้รับ โดยซื้อเพิ่มอีก 300,000 หุ้น โดยการซื้อขายหุ้นดังกล่าวมีการรายงานตลาดหลักทรัพย์ฯตามระเบียบ

สองอธิบดีกระทรวงคลังเก้าอี้ร้อน

อย่างไรก็ตาม การซื้อขายหุ้นของ 2 อธิบดีนั้น ได้เกิดกระแสวิพากษ์ในวงกว้างเกี่ยวกับจริยธรรมของข้าราชการ เนื่องจากการได้รับสิทธิซื้อหุ้นนั้น เป็นผลประโยชน์ส่วนตน แต่การไปดำรงตำแหน่งกรรมการบางจากนั้น ไปในนามตัวแทนของกระทรวงการคลัง ดังนั้นต้องไม่รับสิทธิซื้อหุ้นดังกล่าว

น.ส.กุลยากล่าวยอมรับว่า ได้มีการซื้อขายหุ้นบางจากจริง แต่หุ้นที่ซื้อขายนั้น เป็นไปตามสิทธิที่ได้รับจัดสรรอย่างถูกต้องตามมติบอร์ด เกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อกรรมการหรือพนักงาน (หุ้น esop) เมื่อได้รับจัดสรรหุ้นมาก็ขายหุ้นไปทันที โดยไม่ได้แจ้งตลาดฯว่าขายหุ้นไปแล้ว เนื่องจากปัจจุบันไม่ได้เป็นกรรมการบางจากแล้ว โดยลาออกตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.66 ที่ผ่านมา ส่วนกรณีที่มองว่าเป็นการเข้าไปซื้อหุ้น เพราะรู้ข้อมูลบริษัทที่กำลังเจรจาซื้อหุ้นเอสโซ่นั้น เรื่องนี้อยู่ที่มุมมอง แต่การเข้าไปซื้อหุ้นของตน เป็นการซื้อตามสิทธิที่ได้รับ โดยบอร์ดมีมติเมื่อปลายปี 2565 การซื้อหุ้นเกิดขึ้นช่วงปลายปีเมื่อหุ้นเข้าพอร์ตก็ขายทันที ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยซื้อขายหุ้นไม่มีพอร์ต เมื่อบอร์ดบางจากให้สิทธิ ก็เลยไปเปิดพอร์ต และหุ้นบางจากเข้าพอร์ตเช้าวันที่ 13 ก.พ. ช่วงบ่ายวันที่ 13 ก.พ. ก็ขายออกทันที

ขณะที่นายจำเริญกล่าวยอมรับว่า มีการซื้อขายหุ้นบางจากจริงตามสิทธิที่ได้รับ และซื้อเพิ่มอีก 300,000 หุ้น และได้ขายออกไป 150,000 หุ้น โดยการซื้อและขายหุ้นดังกล่าวได้รายงานต่อกระทรวงการคลัง และ ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว และขอยืนยันว่าไม่ได้ทำการซื้อขายหุ้นในลักษณะอินไซด์ข้อมูลอย่างแน่นอน.

อ่านข่าวเศรษฐศาสตร์ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่นี่ : สาวก “SHIB” อาจต้องทนถือเหรียญนาน 1 หมื่นปี ถึงจะแตะ 1 ดอลลาร์