ยับตั้งแต่โกลยันกองหน้า ! ปัจจัยหายนะ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้

ลิเวอร์พูล-ในฤดูกาลนี้

เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังประสบปัญหาอย่างหนักในการกุมบังเหียน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เพราะฟอร์มการเล่นของพวกเขาในฤดูกาลนี้น่าผิดหวังมากๆ

ลิเวอร์พูล-ในฤดูกาลนี้

ที่สำคัญนับตั้งแต่จบศึกฟุตบอลโลก 2022 ผลงานของทีมมีแต่สาละวันเตี้ยลง มองไม่เห็นอนาคตแม้แต่นิดเดียว
ความพ่ายแพ้แบบหมดรูปของ “เดอะ เร้ดส์” ในเกมเยือน เกมสล็อตแตกง่าย วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 3-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้พวกเขาสะกดคำว่าชนะไม่เป็น 4 แมตช์ติดต่อกันในลีก ส่งผลให้ร่วงไปอยู่อันดับ 10 หมดลุ้นท็อปโฟร์แทบจะ 100 เปอร์เซนต์แล้ว

สำหรับตอนนี้หลายคนเริ่มพุ่งเป้าไปที่อนาคตของ คล็อปป์ เพราะดูเหมือนเขากลายเป็นเต็งหนึ่งที่จะโดนปลดออกจากตำแหน่ง แต่กระนั้นหากมองจากความเป็นจริง ที่ผลงานของ “หงส์แดง” ร่วงกราวรูดส่วนหนึ่งมาจากขุมกำลังภายในทีมไม่สามารถเล่นได้ท็อปฟอร์มเหมือนช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

ไล่ตั้งแต่ตำแหน่งผู้รักษาประตูไปจนถึงกองหน้าทุกคนฟอร์มตกหมด ขณะที่บรรดาดาวรุ่งและนักเตะใหม่ที่เข้ามาเสริมแกร่ง ยังไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งของพวกเขาออกมาได้ ฉะนั้นนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทีมผลงานต่ำกว่ามาตรฐานอย่างน่าใจหาย

งานนี้ต้องมาวิเคราะห์ความย่ำแย่ของ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ตำแหน่งนายทวาร ลากยาวไปจนถึงแนวรุกว่ามันเกิดอะไรขึ้นถึงทำให้พวกเขาหมดสภาพยอดทีมกลายเป็นทีมกลางตารางในปัจจุบัน !!

ผู้รักษาประตู

แม้ว่า อลีสซง เบ็คเกอร์ จะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงต้นฤดูกาลนี้ แต่ก็มีหลายจังหวะที่เขาทำผิดพลาด แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ซีซั่นที่ดีที่สุดของเขา แต่ก็ไม่ใช่ผู้เล่นที่ฟอร์มย่ำแย่จนสมควรโดนดร็อปอยู่ในม้านั่งสำรอง เพราะเอาเข้าจริงๆ ถ้าหากไม่มี โกลทีมชาติบราซิล บางแมตช์ “หงส์แดง” อาจจะโดนคู่แข่งเจาะตาข่ายมากกว่าสกอร์ที่เห็นก็เป็นได้

กองหลัง

นี่คือจุดหลักที่ทำให้ทีมต้องเจอกับความยุ่งเหยิงอย่างแท้จริง นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลจนถึงเกมล่าสุดแผงแบ็กโฟร์โชว์ฟอร์มได้ห่วยสิ้นดี ขนาดตอนมี ฟาน ไดค์ ทีมก็มีเกมรับน่าผิดหวัง ซึ่งต้องยอมรับว่า ดาวเตะชาวดัตช์ ไม่ได้อยู่ในช่วงพีคในการเล่นแล้ว

กระนั้นหายนะในแผงหลังของทีมยังมาบังเกิดอีกเมื่อ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ซึ่งกำลังทำผลงานทดแทน ฟาน ไดค์ ได้อย่างดีเยี่ยม ดันดวงแตกมีปัญหาบาดเจ็บ ทำให้ คล็อปป์ ต้องใช้งาน โจ โกเมซ กับ โฌแอล มาติป ในเกมปะทะกับ วูล์ฟส์ และทั้งคู่ก็เล่นได้ย่ำแย่จนไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดยังไง

พอหันไปทางฝั่งซ้าย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่เคยเป็นนักเตะกองหลังที่ไว้วางใจได้แต่ตอนนี้นักเตะไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่เจ๋งอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเติมเกมบุก การเปิดบอลที่ไร้ความแม่นยำ แถมเกมรับก็ผิดพลาดไม่รู้กี่ครั้งกี่หน

เช่นเดียวกัน เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่นับวันฟอร์มของเขาจะห่างไกลจะคำว่าสุดยอดไปเรื่อยๆ ตอนนี้ “หนุ่มเทรนต์” ไม่มีจุดเด่นอะไรเลย ที่สำคัญเกมรับยังคงไว้วางใจไม่ได้เหมือนเดิม

กองกลาง

อีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าผิดหวัง พวกเขาจำเป็นต้องหานักเตะใหม่มาเสริมเป็นการด่วนไม่ใช่แค่คนหรือสองคน แต่ต้องซื้อเพิ่มอีก 3 คน เพราะตอนนี้ที่มีอยู่เป็นพวกแข้งแก่เกินแกง กับดาวรุ่งไร้ประสบการณ์

ฟาบินโญ่ ฟอร์มหลุดอย่างต่อเนื่องยิ่งหลังศึกฟุตบอลโลก 2022 ผลงานยิ่งออกทะเล ไม่ต่างอะไรกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ตอนนี้ขาดพละกำลังในการเล่นที่ดุดัน ที่ยังพอดูไว้ใจได้บ้างก็เห็นจะมีแค่ ติอาโก้ อัลกันทาร่า แต่บางครั้งพี่ท่านก็ลีลาเยอะซึ่งทำให้ทีมเสียจังหวะ หรืออาจจะเสียบอลไปเลยก็มี

สำหรับ สเตฟาน บายเซติช ดูเหมือนจะทำผลงานได้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ช่วงหลังๆ ฟอร์มมีหลุดไปเรื่อยๆ กระนั้นก็ยังพอให้อภัยได้เพราะเขาเพิ่งอายุ 18 ปี ส่วน ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ยังแข้งพรสวรรค์แต่ยังอยู่ในช่วงพัฒนาตัวเอง และต้องให้เวลากับเขาอีกซักระยะ

พอหันไปดูขุมกำลังคนอื่นๆ ทั้ง เจมส์ มิลเนอร์, นาบี เกอิต้า และ อเล็กซ์ อ็อดซ์เลด-แชมเบอร์เลน พวกเขากำลังจะหมดสัญญาในฤดูกาลนี้ และมีแววว่าจะโบกมือลาถิ่นแอนฟิลด์

กองหน้า

ตอนนี้เชื่อเลยว่าบรรดาสาวก “เดอะ ค็อป” และเพื่อนร่วมทีมคงคิดถึง ซาดิโอ มาเน่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เพราะการขาดคู่หูคู่กัดในแนวรุกอย่าง ดาวเตะเซเนกัล ส่งผลกระทบกับฟอร์มของ “บังโม” จริงๆ

สำหรับ ซาลาห์ ตอนนี้กลายสภาพกลายเป็นผู้เล่นธรรมดาๆ ที่คู่แข่งสามารถจัดการได้สบายๆ ซึ่งก็คือว่าน่าแปลกมากๆ เพราะนับตั้งแต่ที่นักเตะขยายสัญญาฉบับใหม่ช่วงซัมเมอร์ ฟอร์มของเขาก็มลายหายสิ้นไปในบัดดล !!

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ก็จะหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลนี้ แถมนักเตะไม่ได้ลงเล่นนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากมีปัญหาเรื่องสภาพความฟิต แต่ก็ยังคงพอเป็นที่พึ่งให้กับพวกเด็กดาวรุ่งได้ ไม่งั้น “หงส์แดง” คงไม่ยื่นสัญญาใหม่ให้เจ้าตัว

ส่วน ดีโอโก้ โชต้า และ หลุยส์ ดิอาซ ยังต้องรักษาอาการบาดเจ็บ ขณะที่ ดาร์วิน นูนเญซ ยังไม่สามารถหาฟอร์มเก่งของตัวเองเจอ ด้าน โคดี้ กัคโป ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ๆ ในการปรับตัว เพื่อจะระเบิดฟอร์มเหมือนตอนที่เล่นในเนเธอร์แลนด์

ปัจจัยทั้งหมดนี้คือส่วนสำคัญที่ทำให้ คล็อปป์ ไม่สามารถดึงศักยภาพของ ลิเวอร์พูล ออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งแน่นอนว่าแฟนบอล “หงส์แดง” ยังคงรู้สึกช็อก เพราะนี่คือทีมชุดที่ได้ลุ้น 4 แชมป์เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ซีซั่นนี้พวกเขาแทบไม่เหลืออะไรให้ลุ้นแม้แต่ท็อปโฟร์ !!!

อัพเดทข่าวกีฬา เพิ่มเติม : ‘อาร์เตต้า’ โวแข้ง ‘ปืน’ นิ่งพอพลิกสถานการณ์จนคว้าชัย